ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต แนะประชาชนใช้ประกันชีวิต ช่วยบริหารจัดการภาษีเพื่อประโยชน์สูงสุด
 
01/12/2015
บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SCBLIFE ตอกย้ำภาพลักษณ์ บริษัทประกันชีวิตที่คุณไว้วางใจ จัดสัมมนาพิเศษเรื่อง “เคล็ดลับการวางแผนภาษี” ให้กับกลุ่มสื่อมวลชน เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคและประชาชนไทยบริหารจัดการภาษีเพื่อประโยชน์สูงสุด พร้อมใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนจัดการภาษี ซึ่งสอดรับกับมาตรการทางภาษีของภาครัฐ รวมถึงการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจนำไปสู่การสร้างวินัยการออมในภาคครัวเรือน

นายปรีชา รุธิรพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาดและสื่อสารองค์กร เปิดเผยว่า “ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ในฐานะแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ให้ดูแลสร้างหลักประกันอันมั่นคงของชีวิตและอนาคต มายาวนานกว่า 40 ปี  มีเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่คนไทย ภายใต้แนวคิด “ประกันชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน”  บริษัทจึงได้จัดหลักสูตรสัมมนาพิเศษเรื่อง เคล็ดลับการบริหารการวางแผนภาษี เพื่อมุ่งส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการวิธีออมเงินและการวางแผนภาษีที่ถูกต้องและมีประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน พร้อมมุ่งขยายโอกาสและสนับสนุนให้กลุ่มคนวัยทำงาน และผู้มีรายได้ ได้รับทราบข้อมูลด้านการวางแผนภาษีที่เป็นประโยชน์และมีวิธีการบริหารภาษีที่เหมาะสม   ทั้งนี้ การประกันชีวิต ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการได้รับความคุ้มครอง ซึ่งจะเป็นหนทางนำไปสู่เสถียรภาพความมั่นคงทางการเงินส่วนบุคคลในระยะยาวได้เช่นกัน   สำหรับแบบประกันชีวิตที่จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรได้นั้น จะต้องมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป โดยจะสามารถหักลดหย่อนภาษีจากค่าเบี้ยประกันได้สูงสุดถึง 100,000 บาท  สำหรับกรณีที่เป็นประกันชีวิตแบบบำนาญ ก็จะสามารถนำเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนภาษีฯ ได้เพิ่มขึ้นอีกสูงสุดถึง 200,000 บาท หรือเมื่อนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปคำนวณรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน จะสามารถใช้สิทธิ์การลดหย่อนภาษีฯ ได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท”

นายปรีชา กล่าวเสริมว่า “บริษัทมีข้อแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไปที่กำลังมองหาการประกันชีวิต เพื่อการลดหย่อนภาษี ควรคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ประกอบการพิจารณา ได้แก่  1. การตรวจสอบความต้องการของตนเองก่อนเลือกทำประกันชีวิต เนื่องจากประโยชน์ที่แท้จริงของประกันชีวิต คือ การให้ความคุ้มครองและมีไว้เพื่อลดความเสี่ยง 2.เลือกประกันชีวิตแบบที่มีความสามารถจ่ายไหว เพราะหากจ่ายชำระไม่ไหวแล้วต้องมีการเวนคืนกรมธรรม์ในอนาคต จะทำให้ส่งผลเรื่องการขาดทุนจากการเวนคืน และต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย และ 3.พิจารณาตรวจสอบเงื่อนไขทางภาษีให้ถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราฐานภาษีในแต่ละปี รวมถึงข้อกำหนดหรือมาตรการจากทางกรมสรรพากร   ทั้งนี้ ในช่วงปลายปีที่อยู่ในช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษี และผู้บริโภคกำลังมองหาวิธีการวางแผนภาษีเพื่อสิทธิประโยชน์ส่วนบุคคล ไทยพาณิชย์ประกันชีวิตขอแนะนำวิธีง่ายๆในการเลือกแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ตามตารางนี้”

ด้าน อาจารย์สาธิต บวรสันติสุทธิ์ วิทยากรจากตลาดหลักทรัพย์ และนักวางแผนทางการเงิน (CFP) ที่ให้เกียรติบรรยายในงานสัมมนา “เคล็ดลับการวางแผนภาษี” สำหรับสื่อมวลขนครั้งนี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลักสำคัญที่สุดของการวางแผนภาษี ก็คือ ต้องถูกต้อง และ ถูกกฎหมาย โดยการวางแผนภาษีที่บรรยายในวันนี้เป็นการวางแผนภาษีที่กรมสรรพากรอนุญาตให้ทำได้ อย่างเช่น การวางแผนการซื้อบ้านใหม่ จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ การใช้ประโยชน์เรื่องภาษีจากการออมเงินที่สามารถแยกออกได้เป็น 4 ประเภท หรือ การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการท่องเที่ยวในปีนี้ซึ่งจะเหลือเวลาให้เราได้ใช้ประโยชน์ได้อีกไม่กี่วัน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องภาษีเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้าม อย่างเช่น สามีภรรยาจะยื่นภาษีอย่างไรดี จะบริจาคเงินบริจาคอย่างไรดี ถึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ ฯลฯ ซึ่งหากวางแผนให้ดี จะเพิ่มเงินออมในกระเป๋าให้กับคนที่วางแผนภาษีเป็น หรือ พูดง่ายๆก็คือ การวางแผนภาษี เป็นการสร้างเงินได้ให้เราเพิ่มขึ้น ที่สำคัญ คือ เงินได้ก้อนนี้ไม่ต้องเสี่ยง และไม่ต้องเสียภาษี นอกจากนี้ การเลือกซื้อประกันชีวิตหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อการลดหย่อนภาษี ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญเนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตเป็นหนึ่งในค่าลดหย่อนทางภาษี และผู้บริโภคเองเริ่มมีความสนใจและเห็นประโยชน์ของการซื้อประกันชีวิตมากขึ้น เช่น ประกันแบบบำนาญ ที่ให้ผลประโยชน์ทางตรงกับสถานะการในปัจจุบันของประเทศไทย ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ช่วยตอบโจทย์และบริหารความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิต อีกทั้งการวางแผนภาษียังเป็นการก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ”   

นายปรีชา กล่าวปิดท้ายว่า “ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะส่งผ่านความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการภาษีที่ถูกต้องไปยังประชาชนทั่วไปผ่านสื่อมวลชน  นอกเหนือจากการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินและการประกันชีวิตแก่ผู้บริโภคผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.scblife.co.th ของบริษัท รวมไปถึงการให้ความรู้และสร้างหลักความมั่นคงให้แก่ลูกค้าผ่านตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ซึ่งได้รับการฝึกอบรมการขายอย่างถูกวิธี ได้มาตรฐาน ตลอดจนการจัดคอร์สอบรมวางแผนการเงินที่บริษัทจัดให้กับพนักงานเป็นประจำทุกๆ เดือน เพื่อมุ่งก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และมีการวางแผนสร้างหลักประกันอันมั่นคงของชีวิต ตามเป้าหมายมุ่งสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนระยะยาว”